คอริ่งไปน้ำไม่พุด น้ำไปไหน? ทำไมเป็นอย่างนั้้น
แก้ไขยังไง ก่อนที่จะพัง

หากเคยเจอเหตุการณ์ เวลาคอริ่งไปแล้วน้ำหายไม่พุดขึ้นมาที่ขอบรู ทั้งที่เปิดน้ำอยู่ 
ใครเคยเจอแบบนี้ ไม่ต้องตกใจ หยุดเครื่องอย่าเพิ่งคอริ่งต่อ หาสาเหตุก่อน

 

ถอนกระบอกคอริ่งขึ้นมาจากรู แล้วเปิดก๊อกน้ำดูว่าน้ำไหลออกมาจากปลายกระบอกคอริ่งหรือไม่
ถ้าไม่ไหล สาเหตุเกิดจาก การอุดตันของ ก๊อก,สายยางพับ หรือปั๊มน้ำเสีย

 

แต่  ถ้าน้ำไหลปกติ แสดงว่าเกิดจากในรูที่เจาะ อาจจะเจอโพรงในพื้น ,
พื้นแบบมีช่องว่างกลาง
พื้น2ชั้น  

 

หรือเป็นพื้นแบบมีรูกลวง  เรียกว่า "พื้นโฮลโลว์คอร์"

พื้นโฮลโลว์คอร์ (แผ่นพื้นสำเร็จกลวง - Hollow core) ที่ควรทำในการคอริ่งพื้นชนิดนี้คือเปิดน้ำให้สุด
เพราะน้ำจะสูญเสียไปเยอะเมื่อผ่านช่วงกลวงของพื้น และจะไม่มีน้ำพุดขึ้นมาเราต้องระมัดระวัง
คอยดูน้ำที่ถังดีๆ แน่ใจว่าไหลอยู่ตลอด เพราะถ้าน้ำขาดเท่ากับว่าเราเจาะแห้ง
จะทำให้กระบอกติด และพังเสียหายได้

นี่คือคำแนะนำดีๆในงานคอริ่งจากเราคอริ่งโปร

อย่าลืมแชร์ไว้บนเฟสบุคของคุณด้วยล่ะ 

Facebook Like Button

เก็บกระบอกคอริ่งยังไง ให้ถูกต้อง 
ให้สภาพดี ใช้ได้นาน

หากช่วงนั้นคุณกำลังใช้งานกระบอกคอริ่งอยู่ทุกวัน เมื่อเลิกงาน ก็เพียงแค่
ถอดกระบอกคอริ่งออกจากเครื่องคอริ่ง
เพราะป้องกันสนิมที่เกลียว ที่จะทำให้แกะออกยาก

แต่หากใครที่รู้ว่าต้องใช้อีกนานเป็นสัปดาห์ หรือถึงเดือน หลังจากทำความสะอาดแล้วเช็ดแห้งแล้ว
ก็ใช้น้ำมันทาหรือลูบผิวกระบอกคอริ่งด้านนอก ด้านใน
เพียงเท่านี้ก็พอ เพื่อป้องกันสนิม 

 

แต่หากว่าอีกหลายเดือน เลยกว่าจะได้ใช้ จะสามารถเก็บโดยทาน้ำมัน
หรือ จะใช้วิธีก็พ่นสีกระบอกคอริ่งแล้วไปเก็บไว้ก็ได้ เพื่อป้องกันสนิมนั่นเอง
และยังสวย ดูดี ดูน่าใช้ 

แล้ววิธีพ่นสีมันต่างกับใช้น้ำมัน(เครื่อง)ทากันสนิมยังไง?
อาจจะไม่ต่าง แต่ที่แน่ๆคือ ไม่เลอะเทอะ และหยิบจับง่ายกว่า
ก็ลองเลือกนำไปใช้ครับ

แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ "ถอดกระบอกคอริ่งออกจากเครื่องคอริ่งทุกครั้งหลังเลิกใช้งาน"

อย่าลืมแชร์ไว้บนเฟสบุคของคุณด้วยล่ะ 

Facebook Like Button

เชื่อมฟันคอริ่ง ฟันเพชรแบบเลเซอร์ (LASER) เป็นแบบไหน?
ทำไมหลายคนจึงบอกว่า กระบอกคอริ่งแบบนี้มันดีที่สุด

แข็งแรงที่สุด หักและหลุดยากที่สุด ฟันคอริ่งเสียหายน้อยที่สุด และเรียบร้อยที่สุด
เหล่านี้คือเหตุผลที่ทำให้การเชื่อมฟันคอริ่งแบบเลเซอร์ ดีกว่าวิธีอื่นๆ 

 

 

( กด ) ข้ามไปดู วิธีการเชื่อมฟันคอริ่ง ฟันเพชร แบบเลเซอร์  
(กด)ข้ามไปดู วิธีการเชื่อมฟันใบตัดคอนกรีต แบบเลเซอร์


การเชื่อมฟันแบบคอริ่งแบบใช้เลเซอร์ ถือเป็นการใช้เทคโนโลยีการติดฟันคอริ่งที่สูงที่สุด
เพราะการใช้เลเซอร์จะใช้ความร้อนจี้เชื่อมเฉพาะจุดรอยเชื่อมให้เป็นเนื้อเดียวกัน
ตัวฟันจะไม่ร้อนจนเป็นสีแดงเหมือนการเชื่อมแก็ส และแบบเชื่อมความถี่
ซึ่งทำให้ฟันเปราะ และหักง่าย


เพราะการเชื่อมฟันแบบเลซอร์ จะทำได้จากยี่ห้อ หรือแบรนด์ผู้ผลิตกระบอกคอริ่งเท่านั้น
เช่น Hilti, TREX, TYROLIT เป็นต้น เนื่องจากเครื่องจักรใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และเป็นอันตราย
อย่างเลเซอร์ จึงต้องมีมาตรฐานจากต่างประเทศรับรอง
รวมทั้งมูลค่าเครื่องจักรที่มีราคาสูง(เกือบ 8หลัก)เกินที่ร้านค้าปลีกทั่วไปจะมีไว้ใช้ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลย
ที่ร้านค้าปลีกทั่วไปจะเชื่อมฟันแบบวิธีเลเซอร์ได้(ถ้ามีใครบอกคุณว่ารับซ่อมฟันเองแบบเลเซอร์
รู้ได้เลยว่าเขากำลังพูดเท็จ หรืออาจจะไม่มีความรู้จริง)
 นอกเสียจากจะส่งเข้าไปซ่อมกับโรงงานผู้ผลิต
ยี่ห้อกระบอกคอริ่งเหล่านั้น

 

หากซ่อม หรือเติมฟันคอริ่ง ฟันเพชร ฟันใบตัดคอนกรีต
จะไม่มีทางใช้วิธีแบบเชื่อมเลเซอร์อย่างแน่นอน

ยกเว้น แต่การผลิตของใหม่  เพราะนี่คือความจริง
จากปากผู้ผลิตกระบอกคอริ่ง และใบตัดคอนกรีต TREX

เราอยากให้คุณมีความเข้าใจที่ถูกต้อง เพราะการเข้าใจอย่างถูกต้องจะมีผลต่อการใช้งาน
เข้าใจการใช้งาน และจะตอบคำถามได้หากเจอปัญหา เป็นผลดีต่อตัวคุณเอง และงานของคุณ
และป้องกันการหลอกลวงสินค้าที่ไม่ตรงสเปคตามที่คุณต้องการ 

 

 ลองมาดูดีกว่าว่า เชื่อมแบบไหนไม่ใช่เชื่อมฟันคอริ่งแบบเลเซอร์

มีหลายคนเข้าใจผิดว่าการเชื่อมพวกนี้เป็นการเชื่อมฟัน ซ่อมฟัน เติมฟันคอริ่งแบบเลเซอร์  
ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดไปไกลเลยนะครับ

 

 

 การเชื่อมแบบนี้เรียกว่า เชื่อมแบบคลื่นความถี่ โดยยิงคลื่นความถี่เหนี่ยวนำสนามไฟฟ้าจากเครื่องเชื่อม
ส่งผ่านก้านทองแดง  และยิ่งไปที่ฟันคอริ่ง(ตามรูป) คลื่นความถี่จะไปเขย่าโมเลกุลข้างในวัสดุ(ฟัน,เหล็ก)
เสียดสีกันจนเกิดความร้อนจนเป็นสีแดง(ซึ่งจะทำให้ฟันคอริ่งเปราะขึ้นไปอีก
เพราะการผลิตฟันก็เผามาแล้ว 1รอบ) และเขาจะใช้ลวดเงินแต้ม เติมเข้าไป
ประสานเพื่อเชื่อมฟันและกระบอกเข้าด้วยกัน

 วิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีที่ดีในระดับหนึ่ง และเนื่องจากใช้มือเชื่อม
ระยะ การวางฟันและร่องฟันจึงไม่คงที่ ฟันบางซี่อาจจะดี บางซี่อาจจะไม่ดี แต่เป็นวิธีที่ดีกว่าการใช้แก็สเชื่อม

แถมยังอันตรายต่อผู้เชื่อมมากๆอีกด้วย เนื่องจากคลื่นความถี่สนามไฟฟ้ายังไปเขย่าโมเลกุล
ในเซลล์ของร่างกาย เสี่ยงต่อการเกิดเนื้อร้าย มะเร็ง เป็นหมั่น และระบบประสาท
เพราะคลื่นความถี่ที่แผ่ออกมารอบทิศทางนั้นไกลถึง 1-5 เมตร
ตามความเข้มจากจุดกำเนิด

 

 

 

 

นี่ก็เป็นการเชื่อมแบบคลื่นความถี่เหมือนกัน แต่ใช้เครื่องจักรมาแทนคนในการเชื่อม
เพราะหลีกความอันตรายจากการใช้คนเชื่อมจากแบบแรก

 

ส่วนวิธีนี้เป็นการเชื่อมแบบแก็ส เหมือนเชื่อมทองแดง เป็นการเชื่อมที่ง่ายและเร็ว หาเชื่อมที่ไหนก็ได้
ถ้ามีถังแก็ส ลวดเชื่อม และหัวพ่นไฟ สามารถพกพาเชื่อมหน้างานก็ได้ ปลอดภัยในการเชื่อม  
แต่ประสิทธิภาพ และความแข็งแรงของฟันจะต่ำที่สุด โอกาสฟันคอริ่งหักจะมีมาก
เมื่อเกิดการสะดุดในการคอริ่ง

 

ทั้งหมดที่คุณอ่านมานี้คือข้อมูลจริงจากโรงงานผู้ผลิตกระบอกคอริ่ง เรานำมาถ่ายทอดให้ผู้ใช้งานทุกท่าน
ได้รับทราบเป็นความรู้ที่ถูกต้อง
ต่อไปนี้คุณก็เลือกใช้วิธีอย่างถูกต้อง เหมาะสมกับงาน และงบประมาณของคุณได้ดีที่สุดแล้วครับ

อย่าลืมแชร์ไว้บนเฟสบุคของคุณด้วยล่ะ 

Facebook Like Button

อย่าเจาะคอริ่ง แบบขังน้ำ !?


ในงานคอริ่งภายในอาคารจำเป็นต้องเก็บน้ำระหว่างคอริ่ง เพื่อไม่ให้น้ำไหลไปโดนสิ่งของต่างๆ 
ยิ่งถ้าเป็นสิ่งของที่มีมูลค่าสูง หรือของที่มีอันตรายหากโดนน้ำได้ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ตู้ไฟฟ้า

 

 

 แต่ส่วนใหญ่มักผ้าใช้ขังรอบๆรูที่เจาะคอริ่ง เพื่อกันน้ำแต่มักไม่ค่อยซับน้ำออกจากรู
แบบนี้จะทำให้น้ำมีอุณหภูมิสูง

พวกเศษขี้ปูเก่าก็จะโดนปั่นผสมไป-มา ไม่มีทางออกจนสุดท้ายเป็นโคลนปูน
ทำให้เจาะยากกระบอกลื่น เจาะไม่เข้า

 

 

เมื่อปล่อยน้ำขังเราก็จะไม่รู้อีกว่าน้ำไหลไหม หรือน้ำหมดรึยัง
พวกขี้ปูนก็ขะทับถมเป็นดินปูนเหนียวขอบๆรูคอริ่ง
เราจะสังเกตน้ำที่ผุดขอบๆรูได้ยาก ยิ่งน้ำขังสูงก็หมดสิทธิ์ เพราะเราจะสังเกตไม่ได้เลย

 

ที่ถูกต้องคือ ควรจะมีคนซับน้ำออกจากรู อาจจะใช้ฟองน้ำ หรือผ้า และต้องคอยซับออกตลอด
จะทำให้การไหลเวียนของน้ำเพื่อไประบายความร้อน และเศษปูนเป็นไปด้วยดี ส่งผลให้เรา
เจาะคอริ่งได้ง่ายและป้องกันความเสียหายของกระบอก

 

 

ควรจะใช้น้ำใหม่อยู่ตลอด พยามอย่าใช้น้ำเก่าที่ซับออกมา เพราะเศษปูนที่ผสมอยู่
จะทำให้น้ำไประบายความร้อนได้ไม่ดี
หากน้ำหมดระหว่างเจาะให้หยุด เติมน้ำก่อน จึงค่อยเจาะต่อ

 

 

 

ซึ่งจริงๆแล้วมีวิธีการที่สะดวกกว่านี้มาก คือ ใช้เครื่องดูดน้ำ/ดูฝุ่น แบบถังใหญ่
จ่อไว้ที่ขอบรูขณะคอริ่งจะช่วยลดคนในการทำงาน
สามารถทำงานคนเดียวได้ ไม่ต้องมีคนมาคอยเช็ดน้ำทำความสะอาดให้ยุ่งยาก และเลอะเทอะ

 

 

 

หน้าตาเครื่องดูดน้ำ/ดูดฝุ่น ที่สามารถดูดแห้ง และดูดเปียกได้ ตัวถังทรงสูงแสตนเลสทำให้สามารถจุน้ำได้เยอะ มากกว่า 10ลิตร ไม่เป็นสนิมทำจากแสตนเลส
มีตัวนี้ไว้จะทำให้งานคอริ่งในอาคารสะดวก ทำงานได้อย่างสะอาด ยิ่งถ้าทำงานในห้างฯ ยิ่งต้องควรมีเพราะฝ่ายอาคารจะเข้มงวดเรื่องพวกนี้มาก หากน้ำไปเลอะสินค้าเข้าคงไม่ดีแน่
(หากสนใจติดต่อได้ที่ 085-398-9915, 084-6336315 )

ถ้าคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้ แสดงว่าคุณรู้วิธีที่ถูกต้องแล้ว อย่าลืมนำไปใช้ และบอกลูกน้องและช่างของคุณด้วยนะครับ
เพื่องานคุณเอง จะได้ไม่สะดุด หรือล่าช้า

 

อย่าลืมแชร์ไว้บนเฟสบุคของคุณด้วยล่ะ 

Facebook Like Button